บริษัทขอแนะนำให้ผู้บริโภคใช้ความระมัดระวังในการอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการจากเว็บไซต์หรือแหล่งข้อมูลภายนอก ทั้งนี้ ข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของบริษัทถือเป็นข้อมูลอ้างอิงหลักและเป็นปัจจุบัน หากพบข้อมูลที่แตกต่างหรือไม่สอดคล้องกันจากแหล่งอื่น โปรดตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของบริษัทหรือช่องทางติดต่อของบริษัทก่อนตัดสินใจหรือดำเนินการใด ๆ
ประกันชีวิต (Life Insurance)
ประกันชีวิต (Life Insurance) จาก อลิอันซ์ อยุธยา ปกป้องอนาคตของคุณและครอบครัวด้วย แผนประกันชีวิต ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครองชีวิต เพื่อดูแลครอบครัวในยามฉุกเฉิน ประกันชีวิตควบการลงทุน (ประกันชีวิตยูนิต ลิงค์) ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าเงินออมควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ สำหรับการออมระยะสั้นและระยะยาว หรือ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อวางแผนเกษียณอายุ พร้อมสิทธิพิเศษในการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและแผนความคุ้มครองที่ปรับได้ตามความต้องการ
อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมมอบความมั่นคงและอุ่นใจในทุกช่วงชีวิตของคุณและครอบครัว
แผนประกันชีวิตกำหนดระยะเวลา
ประกันชีวิตกำหนดระยะเวลาที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ มอบความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น เลือกได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เช่น 5 ปี, 10 ปี หรือ 20 ปี เหมาะสำหรับวางแผนดูแลครอบครัว ปกป้องภาระหนี้สิน และวางแผนการเงินเพื่อส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน ด้วยเบี้ยประกันที่คุ้มค่าและวงเงินความคุ้มครองที่เหมาะสม พร้อมสิทธิพิเศษในการปรับแผนความคุ้มครองเพื่อรองรับเป้าหมายในอนาคต ประกันชีวิตจาก อลิอันซ์ อยุธยา ช่วยสร้างความมั่นคงให้คุณและครอบครัวในทุกสถานการณ์อย่างมั่นใจแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย
แผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมวงเงินความคุ้มครองที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่แผนเบา ๆ เช่น ปลดล็อค สบายกระเป๋า ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาทต่อปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าในราคาย่อมเยา ไปจนถึงแผนที่มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น เช่น ปลดล็อค ดับเบิล แคร์ ที่เพิ่มความคุ้มครองถึง 2 เมื่อตรวจเจอโรคร้ายที่กำหนด และยังมีแผนที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น แผนแพลทินัม และแผนบียอนด์ แพลทินัม ซึ่งให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100 ล้านบาท
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมมอบความมั่นใจในทุกสถานการณ์ด้านสุขภาพ ให้คุณและครอบครัวได้รับการดูแลที่ดีที่สุดอย่างครบวงจร และตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพในแบบที่คุณเลือกเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แผนประกันชีวิตผู้สูงอายุ
ประกันชีวิตผู้สูงอายุ ประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงวัย สร้างความมั่นคงและอุ่นใจให้กับครอบครัว พร้อมมอบผลประโยชน์เงินก้อนเมื่อครบสัญญาสูง หรือในกรณีที่จากไปก็ยังคงดูแลลูกหลานด้วยมรดกที่มั่นคง
แผนประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัยจาก อลิอันซ์ อยุธยา เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการวางแผนมรดกและความมั่นคงในชีวิตช่วงบั้นปลาย มอบความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรักได้อย่างแท้จริง
แผนประกันชีวิตยูนิต ลิงค์
ประกันชีวิตยูนิต ลิงค์ (Unit-Linked) แผนประกันชีวิตควบการลงทุน ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมความยืดหยุ่นที่สามารถปรับเปลี่ยนวงเงินคุ้มครอง เบี้ยประกัน และแผนการลงทุนได้ตามเป้าหมายชีวิต ตอบโจทย์ทั้งการปกป้องครอบครัวและการวางแผนทางการเงินอย่างมั่นคง
อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมช่วยคุณวางแผนชีวิตและการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแผนยูนิต ลิงค์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งในด้านการคุ้มครองและการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
แผนประกันชีวิตบำนาญ
ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการวางแผนเกษียณด้วย แผนประกันชีวิตบำนาญ ที่มอบความมั่นคงในระยะยาว เช่น มาย บำนาญ พลัส (บำนาญแบบลดหย่อนภาษีได้) ช่วยให้คุณพึ่งพาตัวเองยามเกษียณได้อย่างมั่นใจ มีเงินใช้ทุกปี สมัครง่ายโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องกังวลเรื่องคำถามสุขภาพ พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวางแผนบำนาญอย่างรวดเร็ว มาย บำนาญ ไฟว์ A90/5 (บำนาญแบบลดหย่อนภาษีได้) ช่วยให้คุณมีเงินบำนาญในวัยหลังเกษียณ ตอบโจทย์กลุ่มที่ก้าวเข้าสู่ Aging Society เพื่อการใช้ชีวิตที่ใช่ในทุกช่วงวัย
แผนประกันชีวิตบำนาญจาก อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมช่วยคุณวางแผนการเงินอย่างมั่นคง ให้คุณใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างไร้กังวลและมั่นใจในทุกสถานการณ์
แผนประกันชีวิตออมทรัพย์
ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการวางแผนการเงินด้วย แผนประกันชีวิตออมทรัพย์ ที่ให้ความมั่นคง ทั้งออมระยะสั้น และออมระยะยาว พร้อมผลตอบแทนที่มั่นคง เช่น มาย ดับเบิล พลัส ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การสร้างทุนสำหรับอนาคตของคุณเอง หรือเป็นมรดกให้ลูกหลาน สำหรับผู้ที่ต้องการออมสั้น มาย สมาร์ต อินเด็กซ์ 10/2 (มีเงินปันผล) ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุน พร้อมรับเงินคืนทุกปี
แผนประกันชีวิตออมทรัพย์จาก อลิอันซ์ อยุธยา ช่วยให้คุณวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ ด้วยความคุ้มครองและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับทุกเป้าหมายชีวิตของคุณ
แผนประกันสุขภาพแผนชดเชยรายวัน
ประกันสุขภาพแผนชดเชยรายวัน จาก อลิอันซ์ อยุธยา มอบความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ด้วยค่าชดเชยรายวันที่ครอบคลุมทุกวันของการเข้ารักษาในโรงพยาบาล ช่วยลดความกังวลด้านการเงินในช่วงที่ต้องพักรักษาตัว เบี้ยประกันเข้าถึงง่าย คุ้มค่ากับความคุ้มครอง เหมาะสำหรับทุกวัย ให้คุณมั่นใจได้ว่าจะยังมีรายได้เข้ามาแม้ต้องหยุดงาน อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมช่วยดูแลทั้งสุขภาพและความมั่นคงทางการเงินในทุกช่วงเวลาแผนประกันชีวิตสำหรับเด็ก
แผนประกันคุ้มครองโรคร้าย
มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ให้คุณสามารถมุ่งเน้นการฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างเต็มที่ ด้วยแผนความคุ้มครองที่ปรับได้ตามความต้องการและเบี้ยประกันที่คุ้มค่า อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์เพื่อความมั่นใจในอนาคตของคุณและครอบครัวแผนประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จาก อลิอันซ์ อยุธยา มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับอุบัติเหตุทุกประเภท ทั้งค่ารักษาพยาบาล การชดเชยรายได้ระหว่างพักฟื้น และผลประโยชน์ในกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ให้คุณและครอบครัวมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมช่วยดูแลคุณในทุกช่วงเวลา เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจไร้กังวลสนใจแบบประกัน
บริการสำหรับลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยา
ทำไมถึงต้องเลือก อลิอันซ์ อยุธยา
สนองทุกๆไลฟ์สไตล์
คำถามที่พบบ่อย
“ประกันชีวิต (Life Insurance) เป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิต ซึ่งผู้เอาประกันภัยสัญญาว่าจะจ่ายเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทประกันชีวิตตามจำนวนและระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตกำหนด โดยบริษัทประกันชีวิตจะตอบแทนผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนเงินหรือที่เรียกว่าผลประโยชน์ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินค่ารักษาพยาบาล เงินคืน เงินปันผล เงินครบกำหนดสัญญา เป็นต้น ภายใต้ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขความคุ้มครองที่ระบุอยู่ในสัญญาประกันภัยหรือกรมธรรม์ นอกจากนี้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ผู้เอาประกันเสียชีวิต บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต ให้กับผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุอยู่ในใบคำขอเอาประกันชีวิตหรือทายาทของผู้เอาประกันภัย (แล้วแต่กรณี)”
ประกันชีวิตเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยบริษัทประกันชีวิตจะเป็นผู้รับความเสี่ยงแทนผู้เอาประกันด้วยการจ่ายเงินผลประโยชน์ตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ (แล้วแต่กรณี) ตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันภัยหรือกรมธรรม์ พร้อมทั้งยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคนข้างหลัง (ผู้รับประโยชน์) ถ้าหากผู้ประกันภัยเสียชีวิต ซึ่งผู้รับผลประโยชน์สามารถนำเงินผลประโยชน์ที่ได้รับไปใช้ในหลายๆ กรณี อาทิเช่น เอาไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ชำระหนี้ หรือวางแผนเพื่ออนาคต
ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้แบ่งประเภทของประกันชีวิตเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ประกันชีวิตแบบทั่วไป และประกันชีวิตแบบพิเศษ ได้แก่
1. ประกันชีวิตแบบทั่วไป จำแนกออกเป็น 4 แบบ ดังนี้
1.1 ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)
เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิตเป็นหลักในชั่วระยะเวลาจำกัด ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกระยะเวลาคุ้มครองและระยะเวลาการชำระเบี้ยได้ เช่น 5 ปี, 10 ปี หรือ 20 ปี โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาคุ้มครอง แต่หากครบกำหนดระยะเวลาคุ้มครองแล้วผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ ผู้เอาประกันภัยก็จะไม่ได้รับเงินคืนแต่อย่างใด
1.2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
เป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิตในระยะยาว โดยผู้เอาประกันจะจ่ายเบี้ยเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น จ่ายเบี้ยเพียง 20 ปีแรก แต่คุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในช่วงระยะเวลาที่คุ้มครอง ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินผลประโยชน์ตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แต่ถ้าผู้เอาประกันอยู่จนถึงช่วงอายุที่กำหนด บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยเช่นกัน
1.3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance)
เป็นประกันชีวิตแบบหนึ่งซึ่งบริษัทประกันชีวิตตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับประโยชน์ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตขณะที่กรมธรรม์ประกันชีวิตยังมีผลบังคับ หรือจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัยหากยังมีชีวิตอยู่จนสัญญาครบกำหนด โดยถือเป็นแบบประกันที่มีจุดเด่นเรื่องการสร้างวินัยในการออมเงิน และการได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ซึ่งจะมากกว่าเบี้ยประกันชีวิตที่เราจ่ายไป พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิต
1.4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance)
เป็นประกันชีวิตที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์คนที่จะถึงวัยเกษียณโดยเฉพาะ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันไปจนถึงอายุที่กำหนดในสัญญา และบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเป็นประจำให้กับผู้เอาประกันภัย นับตั้งแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปีเป็นต้นไปจนครบกำหนดสัญญา พร้อมให้ความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปด้วย หากผู้เอาประกันเสียชีวิต ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับเงินตามที่ระบุอยู่ในกรมธรรม์
2. ประกันชีวิตแบบพิเศษ แบ่งออกได้ 2 ประเภท
2.1. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked Insurance)
เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และให้โอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนของผู้เอาประกันภัย โดยเบี้ยประกันที่จ่ายไปจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งนำไปใช้เป็นค่าธรรมเนียมกรมธรรม์ต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุน โดยในส่วนของการลงทุน ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่บริษัทประกันชีวิตคัดเลือกมาให้แล้ว
เป็นประกันสำหรับผู้สูงวัยที่อายุตั้งแต่ 50-70 ปี หรือตามที่บริษัทประกันกำหนด ซึ่งจะให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตทั้งจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ สามารถทำได้โดยไม่ต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพ เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน หรือต้องการสร้างหลักประกันจากการทำประกันให้กับคนที่ยังอยู่
1. ประกันชีวิตแบบพื้นฐาน
1.1 ข้อดีของ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) คือ เบี้ยประกันภัยไม่แพงเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ และให้ความคุ้มครองชีวิตสูงมากกว่าประกันชีวิตรูปแบบอื่น
1.2. ข้อดีของ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) คือให้ความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ครอบคลุมเกือบทั้งชีวิตของผู้เอาประกันภัย
1.3. ข้อดีของ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance) คือได้รับเงินคืนรายปีตามจำนวนเงิน ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้กรมธรรม์ และเมื่อครบกำหนดสัญญาก็จะได้รับเงินก้อน แต่มีข้อเสียคือเบี้ยประกันภัยสูงกว่าแบบประกันอื่นๆ
1.4. ข้อดีของ ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuities Insurance) คือมีเก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ เป็นการออมเพียงประเภทเดียวที่สามารถการันตีเงินคืนหลังเกษียณ และยังได้สิทธิทางภาษีด้วยการหักเป็นค่าลดหย่อนไม่เกิน 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของสรรพากร)
2. ประกันชีวิตแบบพิเศษ
2.1. ข้อดีของ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked Insurance) คือมีความยืดหยุ่นกว่าแบบประกันชีวิตทั่วไป สามารถกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย ลดเบี้ย หรือหยุดพักชำระเบี้ยได้ แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแบบประกัน ข้อเสียคือไม่สามารถนำเงินในส่วนของเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีได้ แต่จะสามารถลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในส่วนของเบี้ยที่เกี่ยวกับประกันชีวิตเท่านั้น และไม่เกิน 100,000 บาท (ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของสรรพากร)
2.2. ข้อดีของ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ คือให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตทั้งจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ สามารถทำได้โดยไม่ต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพ
1. ประกันชีวิตแบบพื้นฐาน
1.1 ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตในระยะสั้น หรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูง แต่มีความสามารถในการชำระเบี้ยต่ำ และต้องการบริหารความเสี่ยง เพียงช่วงระยะสั้นๆ เท่านั้น เช่น ช่วงที่มีภาระหนี้สิน
1.2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) เหมาะกับ ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเป็นเสาหลักของบ้าน เพื่อเป็นหลักประกันให้คนข้างหลัง ต้องการมีมรดกให้กับลูกหลาน หรือเงินก้อนให้กับลูกหลาน และผู้ที่ต้องการแนบสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพที่มีระยะเวลาคุ้มครองยาวนานตลอดชีพ
1.3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance) เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนแต่ไม่อยากรับความเสี่ยงที่จะสูญเงินต้นไป (รับความเสี่ยงได้น้อย) ต้องการเก็บออมเงินไว้ใช้สำหรับเป้าหมายในอนาคต และต้องการความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปกับการออมเงิน
1.4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuities Insurance) เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณ อยากมีรายรับที่แน่นอนหลังเกษียณ เพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป และมีเงินเป็นมรดกให้กับลูกหลานหากต้องจากไป
2. ประกันชีวิตแบบพิเศษ
2.1. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked Insurance) เหมาะกับผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการลงทุน สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ ตั้งเป้าออมเงินผ่านการทำประกัน โดยคาดหวังผลตอบแทนควบคู่กับความคุ้มครอง
2.2. ประกันชีวิตผู้สูงอายุ เหมาะกับผู้ที่ต้องการส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน และต้องการสร้างหลักประกันจากการทำประกัน
วัยเด็ก
0-5 ปี: ร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอ มักจะเจ็บป่วยง่ายกว่าเด็กวัยอื่น ซึ่งเบี้ยประกันสุขภาพของเด็กวัย 0-5 ปีจะสูง และในวัยที่เริ่มวิ่งซน จนถึงวัยรุ่น จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ การทำประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุจึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
0-20 ปี: เหมาะกับการทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุมากกว่าประกันชีวิต เพราะเป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าวัยอื่นๆ
วัยเริ่มทำงาน
21-30 ปี: ในช่วงนี้เป็นวัยเริ่มทำงาน เป็นวัยที่เหมาะกับการวางแผนการเงินเพื่อสร้างฐานะในอนาคต ในระยะนี้เป็นช่วงที่ต้องเริ่มจ่ายภาษี เพราะฉะนั้นประกันชีวิตควรเป็นแบบประกันที่สามารถช่วยประหยัดภาษีได้
วัยสร้างครอบครัวและมีบุตร
31-50 ปี:
เหมาะกับ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือการซื้อประกันชีวิตแนบสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลรายวัน เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ไม่สามารถทำงานหารายได้ สิ่งเหล่านี้จะมาลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงเวลานั้น
วัยก่อนเกษียณ
51 ปีขึ้นไป:
หากไม่เคยมีประกันสุขภาพมาก่อน อาจจะเป็นเวลาที่เริ่มมองหาประกันสุขภาพทั้งค่ารักษาพยาบาล หรือคุ้มครองโรคร้ายแรง เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บก็มากขึ้นตามไปด้วย การทำประกันชีวิตที่ความคุ้มครองไม่สูงมากนักพ่วงประกันสุขภาพ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการป้องกันความเสี่ยงนั้น
เบี้ยประกันชีวิตที่ทำให้ตัวเอง สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ต้องมีระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และกรณีที่มีการจ่ายเงินคืนทุกปีระหว่างสัญญา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของค่าเบี้ยประกันรายปี ตามการแจ้งสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่บริษัทประกันยื่นให้แก่กรมสรรพากร
ส่วนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่ทำให้ตัวเอง นำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ หากไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนสำหรับประกันชีวิตทั่วไป สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนรวมกับเบี้ยประกันชีวิตได้เพิ่มอีก 100,000 บาท กล่าวคือ ประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของสรรพากร)
ที่มา: กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/557.html